วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เราบอกรักกันวันละกี่หน

เราบอกรักกันวันละกี่หน

สุดที่รักของผม สิ่งที่เราพูดกัน นั้นย่อมหมายถึงความสุข

แต่สุขไหนเล่าจะเท่า...คุณได้บอกรักผม

และเช่นกัน สิ่งที่คุณอาจชอบ

คือ...สิ่งที่ออกจากใจของผม

นั่นคือ..."ที่รัก...ผมรักคุณที่สุดในโลกเล้ยยยยยย..."

ผมรักคุณ...ผมรักคุณ...ผมรักคุณ คุณจะรับได้วันละหนจ๊ะ

หากคุณรับได้ทั้งหมดที่มี อิอิอิอิ...

นั่นคือคุณจะลำบากไม่ใช่น้อย

เพราะ"ผมรักคุณ"คำนี้แหละมันมีมากมายในตัวผม

แต่มันมีให้ สำหรับคุณคนเดียวเท่านั้นจ่ะ

แต่แหมมมม....

ใครนะที่บอก คนที่บอกรักกันวันละหลายหน

เป็นคนเจ้าชู้(เป็นงั้นไป)

อันนี้ผมไม่เคยรู้หรอกจ่ะ แต่จะรับรู้อย่างเดียวคือ...

ผมรักคุณจริงอย่างจริงใจเท่านั้นจ่ะ

ใจมันพูด สมองเพียงรับรู้

นานเท่าไหร่ก็รอได้ ขอเพียงมีความหวังเท่านั้น

แต่จะสมหวังหรือไม่ อึมห์...ไม่เคยรู้

ผมรักคุณ...ผมรักคุณ จนอาจดูบ้าไปแล้ว

แต่จริงๆยังมีสติจ่ะ ผมแยกออกจากกันอย่างชัดเจน

รักก็ส่วนรัก งานก็ส่วนงาน(แต่เวลางานก็ยังรัก) ฮ่า ฮ่า ฮ่า...

แล้วว่างจากความรักและความคิดถึงตอนไหนเนี่ยะ

เฮ้อออ!...บอกยากแฮ่ะ เพราะหายาก นอกจากเวลานอน...

ตลอดเวลาที่ผ่านมายอมรับว่าผมฝันถึงคุณเพีนงครั้งเดียวเอง

ทั้งๆอยากจฝันถึงคุณทุกๆครั้งที่หลับเลยหละ

แล้วจะเป็นไปได้ไหม ถ้าจะให้แลกทุกๆอย่าง เพื่อที่จะฝันถึงคุณ

แลกกับทุกสิ่งทุกอย่างไปเลย ผมยอมนะ

แต่ระหว่างฝันเราจะต้องฝันเรื่องเดียวกัน อยู่ใกล้ๆกันจ่ะ


รักมากจ่ะ...ที่รัก


วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ผมจะไม่นับถือคุณเป็นหลานอีกต่อไป




ต่อไปนี้ ผมจะไม่นับถือคุณเป็นหลานอีกต่อไป

น้ากับหลาน...
ปิดตำนานน้ากับหลานเสียที...ต่อไปนี้เราไม่ต้องนับญาติ เป็นน้าหลานอีกต่อไป

เมื่อก่อนนี้ อาจใช่ น้ากับหลานคนนี้จริงใจต่อกัน
นานวัน ยิ่งผูกพัน จาก "น้า" นั้น เลือนหายไป

พอกันที ที่รัก.....จากนี้จะไม่มีแล้วนะ "น้า-หลาน".......
ต่อจากนี้มีแต่ เรารักกัน
...........................................................................
เริ่มต้นจากที่เราทักทายกันแบบกวนๆ เราทักทายกันเรื่อยมาไม่ได้ขาด
ผมได้รู้ คุณได้รู้ เมื่อเราได้รู้จักตื้นลึกบางหนา ของกันและกัน ก็รับได้
แต่เมื่อรู้ว่า อายุของผมมากว่าคุณก็มากอยู่ คุณกลับมาเรียกผมว่า "น้า"ซะงั้น
คุณกำหนดเองนะ ที่รัก ที่ "น้า น้า" ที่เราใช้เรียกกัน ก็เพราะคุณนั้นกำหนดเอง
จริงๆ ถามว่าชอบไหม ผมตอบได้ "ไม่ชอบหรอก" ใช่.....ที่ผมเรียกว่า"สาวน้อย"
จะให้ทักว่า"คนสวย"ก็ไม่ใช่ เพราะ"คนสวย"
ที่คนทั่วไปทักทายกันคือ...คนเหล่านั้น จะต้องอยู่ใน วัยเดี่ยวกันจ่ะ

ยอมรับว่า"สาวน้อย" ที่เรียกเพราะเอ็นดู เพราะที่รู้ๆ ว่าเรียกคนสวยไม่ได้
ก็คุณตัดบทเรียกน้าก่อนทำไม ผมเลยเลยเรียกไม่ได้ เพราะเราคนละขั้นกัน

มาวันนี้ เรียกได้เต็มปาก ว่า "ที่รัก..ที่รัก" ของผมนั้น
เพราะเราเข้าใจกันทุกอย่างแหละจ่ะ "ที่รัก" ของผมหรือของฉัน คนที่กล่าว มานั้นก็คือคุณ.....

ส่วนอะไรๆ..ที่ผ่านมา ไม่ต้องขอบคุณหรอกจ่ะ
เพราะมันหน้าที่ของผมที่จะต้องดูแลคุณ ดูแลความรัก ทั้งกาย และใจ
ทั้งร่างกายและจิตใจ เมื่อคุณเจ็บผมก็เจ็บ คุณเจ็บเท่าไหร่ ผมย่อมเจ็บมากมายหลายเท่า
เมื่อคุณสุข ผมก็สุข ถ้าคนสุขมากเท่าไหร่ ผมก็พอใจยืนดูอยู่ห่างๆอย่างพอใจ

ที่รัก.....จากวันนี้ไป คุณบอกว่าเข้มแข็งมากกว่าเดิม แต่จะดีมากว่าถ้าหากคุณเข้มแข็งตลอดไป

ที่รัก ...ผมจะอยู่ไกล้ๆ คุณยังงี้ตลอดไป

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ถ้าหากโลกนี้มีเพียงเราสองคน

ถ้าหากโลกนี้มีเพียงเราสองคน

คงจะดีไม่น้อย

มีเพียงเราสองคน อึมห์......

คริ คริ คริ...

เราสองคน

ไปที่ไหนก็มีเพียงเราสองคน

เราอยู่ด้วยกันสองคน ช่างมีความสุขอะไรเช่นนี้

ที่ที่มีเราสองคน ความรักของเราสองคน ทานอาหารด้วย

กันสองคน

เรามีกันและกัน อยู่ด้วยกันตลอดไป

เฮ้อ!!!...มีความสุข เมื่อคนเรารักกัน เราสองคน จะรัก

กันตลอดไป

และแล้วถ้ามันเป็นจริงสิ่งที่น่าจะเป็นคงจะไม่เป็นแบบนี้
คุณอยู่ที่สิงห์บุรี ผมอยู่ปราจีนบุรี

หากมีเพียงเราสอง เราจะได้เจอกันไหม?

เพราะมีแค่เราสองคน ผมไม่อาจรู้ได้ว่าคุณอยู่ที่ใด

เพราะมีแค่เราสองคน เลยไม่มีใครคิดค้น และผลิตเครื่อง

มือสื่อสาร ผมก็ไม่รู้ว่า คุณอยู่ที่ใด ไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มี

โทรศัพท์มือถือ เพราะผมทำไม่เป็น

(ถ้าทำได้ใครจะเอาไปส่งให้คุณ)

เพราะมีเพียงแค่เราสองคน ผมจึงไม่อาจที่จะเดินทางไปถึง

เพราะเราไม่มีรถยนต์ ไม่มีถนนหนทาง

เพราะมีเพียงเราสองคน แล้วภาษาของเราคืออะไร

เพราะมีเพียงเราสองคน จะต้องไม่มีทางเดินไปมาระหว่างกัน

(ป่าคงจะรกน่าดู)
เพราะมีเพียงเราสองคน ในโลกนี้

ผมจะรับรู้ได้ยังไงกัน ว่าคุณอยู่ที่ไหน

เพราะรู้ว่ามีเพียงเราสองคน ผมต้องเป็นห่วงคุณ

ที่รัก....ผมรักคุณ ผมจะให้เวลาทั้งชีวิต ตามหาคุณ แต่

ถ้าเดินผิดทางคงจะสมหวัง ฮ่าฮ่าฮ่า..

จะดีไหม ถ้าโลกนี้ไม่มีเพียงเราสองคน

จะดีกว่าไหม ถ้าโลกนี้ มีคนหลายคน เอ้า!!!...บ่นๆๆ

อย่างน้อย เราก็เหมือนที่เป็นอยู่ เราได้รู้จักกัน เพราะใน

โลกนี้มีคนอยู่มากมาย มีใครหลายคนที่ทำให้เราได้พูดคุย

มีใครหลายคน ที่ทำให้เราได้รู้จักกัน

จะดีกว่าไหม หากเราจะอยู่ที่ใดก็ได้ ที่นั่นคือ

"ที่ที่มีเราสองคนอยู่ใกล้ๆกัน"

ที่รัก...ผมรักคุณ
จาก....หลงสู้ฟัด